พระประวัติ  สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ

 

            สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ หรือ สมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ (๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๓๒๘ - ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๓๗๕) พระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าอรุโณทัย เมื่อทรงพระเยาว์ออกพระนามว่า "พระองค์ช้าง" เป็นพระราชโอรสลำดับที่ ๑๗ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ประสูติแต่เจ้าจอมนุ้ยใหญ่ ธิดาเจ้าพระยานคร (พัฒน์) เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๓๒๘

     พระองค์เจ้าอรุโณทัย ได้ทรงกรมเป็น กรมหมื่นศักดิพลเสพ ใน พ.ศ. ๒๓๕๐ ทรงกำกับราชการกลาโหมในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๓ มีข่าวพม่าจะยกทัพเข้ามาตีไทย ทรงเป็นแม่ทัพคุมไพร่พลไปตั้งที่เมืองเพชรบุรี ทำศึกร่วมกับกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ซึ่งยกทัพไปตั้งที่เมืองราชบุรี และกาญจนบุรี เมื่อกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ทรงราชาภิเษกเป็นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๗ จึงทรงอุปราชาภิเษกกรมหมื่นศักดิพลเสพ เป็น สมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ ดำรงตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคล

     สมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพทรงสร้าง วัดบวรสถานสุทธาวาส หรือที่เรียกว่า วัดพระแก้ววังหน้า นอกจากนี้ยังทรงสร้างวัดบวรนิเวศวิหาร ทรงโปรดให้อัญเชิญพระพุทธชินสีห์ จากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก ล่องแพมาทางแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๒ อัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร การก่อสร้างวัดบวรนิเวศวิหารยังไม่เสร็จสิ้น สมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ ก็สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๓๗๕

      หลังกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพสิ้นพระชนม์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ไม่ได้ทรงตั้งผู้ใดเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล แต่เดิมทรงหมายมั่นจะสถาปนา พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าไกรสร กรมหลวงรักษ์รณเรศ ซึ่งเป็นพระปิตุลา แต่มีผู้ถวายฎีกาอยู่เสมอว่า กรมหลวงรักษ์รณเรศ กระทำการกระด้างกระเดื่อง ทุจริตต่อหน้าที่ รับสินบน อีกทั้งยังมีการส้องสุมกำลังผู้คน เมื่อทรงสอบสวนแล้วเป็นจริง จึงทรงให้สำเร็จโทษกรมหลวงรักษ์รณเรศ เมื่อ วันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๓๙๑

พระโอรส-ธิดา

  • พระองค์เจ้าหญิงอรุณ (พ.ศ. 2348-2428) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาน้อย

  • พระองค์เจ้าหญิงสำอาง (พ.ศ. 2350-2412) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาคุ้มใหญ่

  • พระองค์เจ้าชายสว่าง (พ.ศ. 2358-2404) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดางิ้ว

  • พระองค์เจ้าหญิงอัมพร (พ.ศ. 2358-2360) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาแสง

  • พระองค์เจ้าหญิงสังวาล (พ.ศ. 2359-2423) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเฟือง

  • พระองค์เจ้าชายกำภู (พ.ศ. 2360-2419) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาคำ ทรงเป็นต้นสกุล กำภู

  • พระองค์เจ้าชายกัมพล (พ.ศ. 2360-2366) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาตานี

  • พระองค์เจ้าชายอุทัย (พ.ศ. 2360-2392) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดางิ้ว

  • พระองค์เจ้าชายเกสรา (พ.ศ. 2360-2416) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาคุ้มเล็ก ทรงได้รับสถาปนาเป็นกรมหมื่นอานุภาพพิศาลศักดิ เมื่อ พ.ศ. 2408 ในรัชกาลที่ 4 ทรงเป็นต้นสกุล เกสรา

  • พระองค์เจ้าชายเนตร (พ.ศ. 2361-2377) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเฟือง

  • พระองค์เจ้าชายขจร (พ.ศ. 2363-2377) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดานิ่ม

  • พระองค์เจ้าชายอิศราพงศ์ (พ.ศ. 2363-2404) ทรงประสูติในพระองค์เจ้าดาราวดี พระธิดาในกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ทรงได้รับสถาปนาเป็นเจ้าฟ้าอิศราพงศ์ เมื่อ พ.ศ. 2394 ในรัชกาลที่ 4 ทรงเป็นต้นสกุล อิศรศักดิ์

  • พระองค์เจ้าหญิงอัมพา (พ.ศ. 2364-2366) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาฉิมสิงหฬ

  • พระองค์เจ้าชายนุช (พ.ศ. 2364-2417) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเฟือง ทรงเป็นต้นสกุล อนุชะศักดิ์

  • พระองค์เจ้าชายแฉ่ง (พ.ศ. 2365-2387) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดางิ้ว

  • พระองค์เจ้าชาย (พ.ศ. 2367-2370) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาลูกจันทน์

  • พระองค์เจ้าชาย (พ.ศ. 2368) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาฉิมสิงหฬ

  • พระองค์เจ้าชายเริงคนอง (เรียกกันว่า พระองค์ชายป๊อก) (พ.ศ. 2372-2425) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเอม ทรงเป็นต้นสกุล นันทิศักดิ์

  • พระองค์เจ้าหญิงบันเทิง (พ.ศ. 2372-2427) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาภู ทรงเสกสมรสกับสมเด็จเจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์

  • พระองค์เจ้าชายอินทวงศ์ (พ.ศ. 2372-2398) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาพัน

ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org/wik