พระพุทธวชิรญาณ เป็นพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร ยืนทรงเครื่องอย่างจักรพรรดิราช ศิลปกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ วัสดุโลหะผสม มีขนาดสูง ๑.๕๐ เมตร พระพุทธปฏิมาฉลองพระองค์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระพุทธวชิรญาณ ประดิษฐานในพระวิหารเก๋งวัดบวรนิเวศ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์ให้สร้างพระวิหารเก๋ง สำหรับประดิษฐานพระพุทธปฏิมาฉลองพระองค์ผู้ปกครองวัดบวรนิเวศวิหารทุกพระองค์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้า อยู่หัวทรงสนองพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระบรมชนกนาถ พุทธศักราช ๒๔๒๘ ทรงสร้างพระพุทธวชิรญาณฉลองพระองค์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

     คำจารึกที่ฐานพระพุทธวชิรญาณ

      ศุภมัสดุ พระพุทธศาสนกาลล่วงแล้ว  ๒๔๒๘ พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระอนุสรณ์คำถึงถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ว่าพระองค์ได้ทรงประดิษฐานธรรมยุติกนิกายขึ้น ให้ปฏิบัติถูกต้องตามธรรมวิไนย์ บำรุงพระพุทธศาสนารุ่งเรืองขึ้นกว่าแต่ก่อน พระองค์ได้เส็ดจสถิตยครองวัดบวรนิเวศวิหารนี้  ตั้งแต่วันพุธ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๒ ปีวอก อัฐศก จุลศักราช ๑๑๙๘ จนถึงวันศุกร์ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน ยังเป็นโทศก จุลศักราช ๑๒๑๒ ได้ ๑๔ ปี ๒ เดือน ๘ วัน เป็นกำหนด จึงได้ลาผนวชออกดำรงสิริราชสมบัติ ในเวลาเมื่อพระองค์ทรงผนวชอยู่นั้น ได้ทรงสอนธรรมวิไนย์ ให้พุทธบริสัชปฏิบัติเปนประโยน์เปนอันมาก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สฐาปนาพระพุทธปฏิมากรห้ามสมุทรทรงเครื่องอย่างบรมจักรพรรดิราชาธิราชขึ้นองค์หนึ่ง ถวายพระนามว่า พระพุทธวชิรญาณ เปนพระพุทธรูปฉลองพระองค์ ทรงพระราชอุทิศส่วนพระราชกุศล ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้นวันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ ปีรกา สัปตศก จุลศักราช ๑๒๔๗ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เชิญมาประดิษฐานไว้ในพระวิหารเก๋ง วัดบวรนิเวศวิหารนี้ เพื่อเป็นที่รฤกสืบไปสิ้นกาลนาน