พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงผนวชเป็นพระภิกษุ

พุทธศักราช ๒๔๑๑  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรับพระบรมราชาภิเษกครั้งแรก หลังจากเสด็จถวัลยราชสมบัติแล้ว ทรงพระราชปรารภจะถวายมหาสมณุตมาภิเษกแด่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ขณะทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นกรมหมื่นบวรรังษีสุริยพันธ์ แต่สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ พระองค์นั้น ทรงผลัดไว้ต่อเมื่อเสด็จออกทรงผนวชแล้ว ฉะนั้น ใน ๒๓ ปีแรกของรัชกาลที่ ๕ จึงว่างจากสมเด็จพระสังฆราช

พุทธศักราช ๒๔๑๖ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ขณะทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นกรมหมื่นบวรรังษีสุริยพันธุ์ เป็นพระราชอุปัธยาจารย์ ทรงผนวชแล้วเสด็จประทับ ณ พระพุทธรัตนสถานมณฑราราม ในพระบรมหาราชวังชั้นใน ทรงเชิญเสด็จสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ พระราชปัธยาจารย์ และนิมนต์พระราชาคณะผู้ใหญ่วัดต่าง ๆ เข้าไปอยู่ด้วยพอครบคณะสงฆ์ ครั้งทรงผนวชได้ ๑๕ วัน จึงทรงลาผนวชแล้วทรงรับพระบรมราชาภิเษกอีกครั้งหนึ่ง

 

พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับยืน ณ พระพุทธรัตนสถานมณฑิราราม ในพระบรมมหาราชวังชั้นใน

 

 

 

 

พระพุทธรัตนสถานมณฑิราราม ในพระบรมมหาราชวัง

 

 

 

 

 

หลังจากทรงผนวชแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชปรารภจะถวายมหาสมณุตมาภิเษกแด่สมเด็จพระมหาสณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ แต่สมเด็จพระมหาสณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ไม่ทรงรับ ทรงถ่อมพระองค์ว่าเป็นพระองค์เจ้าในพระราชวังบวรสถานมงคลจักข้ามเจ้านายที่เป็นพระเจ้าบรมวงศ์เธอ ทั้งทรงเจริญพระชนมายุกว่าก็มี จักเป็นที่รังเกียจของท่าน จึงทรงรับเพียงเลื่อนเป็นกรมพระเสมอด้วยเจ้านายผู้ใหญ่ในชั้นนั้น ด้วยเหตุผลดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงสถาปนาเลื่อนกรมหมื่นบวรรังษีสุริยพันธุ์ พระราชอุปัธยาจารย์ เป็นกรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์ และโปรดให้ใช้คำนำพระนามเป็น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ เป็นพิเศษเหมือนพระองค์เจ้าต่างกรมในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันศุกร์ขั้น ๖ ค่ำ เดือน ๓ ปีเถาะ พุทธศักราช ๒๔๑๗ พระราชพิธีสถาปนาเลื่อนกรมครั้งนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพิธีในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร

 

 

 

คณะพระเถรานุเถระ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ พ.ศ.๒๔๑๖ ณ พระพุทธรัตนสถานมณฑิราราม ในพระบรมมหาราชวังชั้นใน (จากซ้ายไปขวา)

๑. สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทโว) วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม

๒. สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ศรี) วัดปทุมคงคา

๓. พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร วัดราชบพิธฯ

๔. พระพรหมมุนี (เหมือน สุจิตฺโต) วัดบรมนิวาส

๕. สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์

๖. สมเด็จพระวันรัต (ทับ พุทฺธสิริ) วัดโสมนัสวิหาร

๗. พระสุคุณคณาภรณ์ (นิ่ม) วัดเครือวัลย์

 

 

 

 

 

พุทธศักราช ๒๔๓๕ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิส สยามมกุฏราชกุมาร ทรงผนวชเป็นสามเณร เนื่องในการผนวชสมเด็จพระโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิส สยามมกุฏราชกุมาร   มีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดบวรนิเวศวิหารครั้งใหญ่ และทรงพระกรุณาโปรดให้มีการสมโภชพระพุทธชินสีห์ พร้อมทั้งฉลองพระอารามที่ทรงบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ด้วย

ต่อจากงานฉลองพระอาราม ทรงพระกรุณาโปรดแต่งตั้งพระราชพิธีถวายมหาสมณุตมาภิเษกแด่กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์ พระราชอุปัธยาจารย์ เป็นกรมสมเด็จพระปวเรศวริยาลงกรณ์ ซึ่งภายหลังแก้เป็น สมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์  ในฝ่ายสมณศักดิ์ เป็นมหาสังฆปริณายกประธานแห่งพระสงฆ์ทั่วราชอาณาจักร ทรงถวายเศวตฉัตร ๕ ชั้น ตั้งพระราชพิธีสงฆ์ในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร มีเทียนชัยและพระสงฆ์สวดภาณวาร ตั้งแท่นเศวตฉัตรในพระอุโบสถ ตั้งพระแท่นทรงที่ชาลากำแพงแก้ว โรงพิธีพราหมณ์ ตั้งริมคูนอกกำแพงชั้นออกมา มีสวดมนต์ตั้งน้ำวงด้วยด้ายวันหนึ่ง พระสงฆ์ ๒๐ รูป รุ่งเช้าจุดเทียนชัย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ โปรดให้กรมหมื่นวชิรญาณวโรรสทรงจุด พระสงฆ์เข้าพระราชพิธี ๓๐ รูป สวดมนต์ ๓ เวลา และสวดภาณวาร ๓ วัน ๓ คืน เช้าวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๓๔ สรงแล้วเสด็จขึ้นพระแท่นเฉวตฉัตร มีประกาศกระแสพระบรมราชโองการทรงสถาปนาแล้วทรงรับพระสุพรรณบัฏ เครื่องยศ ดอกไม้ธูปเทียน และต้นไม้เงิน ต้นไม้ทองของหลวง แล้วทรงถวายศีล เป็นเสร็จการรับมหาสมณุตมาภิเษก ต่อจากนั้นทรงธรรม ๔ กัณฑ์ อนุโลมตามพระบรมราชาภิเษก กัณฑ์ทศพิธราชธรรมจรรยาเปลี่ยนเป็นไตรสิกขา แล้วทรงรับดอกไม้ธูปเทียนของพระสงฆ์ พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการ

การที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงรับมหาสมณุตมาภิเษกครั้งนี้ ก็เพราะเจ้านายชั้นเดียวกันสิ้นพระชนม์แล้วทั้งนั้น ยังเหลือเจ้าผู้ใหญ่ที่เจริญพระชนม์อยู่ก็เฉพาะพระองค์เพียงพระองค์เดียว จึงทรงรับอาราธนาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวคราวนี้

 

 

 

 

 

 

 

พระแท่นสรง เมื่อครั้งรัชกาลที่ ๕ ทรงสถาปนาพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้ามนุษยนาคนาคมานพ เป็นกรมหลวงวชิรญาณวโรรส เหมือนครั้งถวายมหาสมณุตมาภิเษกแด่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตั้งพระราชพิธีสงฆ์ และตั้งแท่นเฉวตฉัตรในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อครั้งรัชกาลที่ ๖ ถวายสมณุตมาภิเษก แด่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เมื่อครั้งรัชกาลที่ ๕ ถวายมหาสมณุตมาภิเษกแด่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์