พระโกศพระศพสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
ณ พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร

 

พระอวสานกาล

หลังประชวรครั้งใหญ่ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ได้ประชวรต่อเนื่องมา พระวรกายทรุดโทรมเรื่อยมา แต่อาศัยที่ได้รับการรักษา และการประคับประคองเป็นอย่างดีอยู่ตลอดเวลา ประกอบกับพระองค์ทรงมีพระทัยเข้มแข็งและปล่อยวาง  จึงทรงดำรงพระชนม์มาได้โดยลำดับ จนเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๑ ได้เกิดพระอาการประชวร มีพระโลหิตออกกับบังคนหนักต้องถวายน้ำเกลือทันที และทูลเชิญสู่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ค่อยดีขึ้น แต่วรกายทรุดโทรมลงโดยลำดับ

ต่อมา เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๐๑ มีพระอาการหนักด้วยพระโรคเส้นพระโลหิตในสมองตีบตัน พระวรกายเบื้องขวาเป็นอัมพาตเคลื่อนไหวไม่ได้ แต่วันรุ่งขึ้นพระอาการดีขึ้น ทรงพยายามปฏิบัติกิจวัตรประจำพระองค์ ตลอดถึงทรงบูชาพระก่อนบรรมทมเหมือนอย่างเคย แต่พระอาการในวันต่อ ๆ มามีแต่ทรุดหนักลง จนเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๑ พระอาการทางเส้นพระโลหิตในสมองกำเริบขึ้นอีก พระอาการทั่วไปทรุดหนักมาก ครั้นหลังเที่ยงคืนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เสด็จฯ ประทับหน้าพระแท่นบรรทมในห้องประชวร สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์  ได้สิ้นพระชนม์เมื่อเวลา ๐๑.๐๘ นาฬิกา ของวันอังคาร แรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีจอ สัมฤทธิศก จ.ศ.๑๓๒๐ ตรงกับวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๑ สิริพระชนมายุได้ ๘๕ พรรษา ๑๑ เดือน ๑๙ วัน ทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชเป็นเวลา ๑๓ ปี ๙ เดือน ๑๑ วัน