สมเด็จพระญาณสังวร  สมเด็จพระสังฆราช  สกลมหาสังฆปริณายก

เจ้าอาวาสลำดับที่ ๖

 

งานด้านคณะสงฆ์

        ส่วนภารหน้าที่หรือการทำงานทางคณะสงฆ์นั้น ก็ทรงเริ่มด้วยการเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม ทั้งแผนกธรรม หรือนักธรรม และแผนกบาลี ตั้งแต่ทรงสอบได้เป็นเปรียญธรรม ประโยค และหลังจากสอบได้เปรียญธรรม ประโยคแล้ว ก็เริ่มมีภาระหน้าที่ทางการคณะสงฆ์ด้านต่าง มากขึ้นตามลำดับ กล่าวคือ

        ..๒๔๘๔  เป็นสมาชิกสังฆสภาโดยตำแหน่ง ในฐานะเป็นพระเปรียญ ประโยคตาม พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ..๒๔๘๔ 

        เป็นผู้อำนวยการศึกษาสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร มีหน้าที่ที่จัดการศึกษาของภิกษุสามเณร ทั้งแผนกธรรม และแผนกบาลี

        ..๒๔๘๘  เป็นพระวินัยธรชั้นอุทธรณ์  เป็นกรรมการสภาการศึกษาของมหามกุฎราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา แห่งประเทศไทยแห่งแรก ซึ่งตั้งขึ้นในศกนั้น (ปัจจุบันเรียกว่า มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย) และเป็นอาจารย์บรรยายวิชาพระสูตรหรือพระสุตตันปิฎก ในมหาวิทยาลัยดังกล่าวด้วย

        ..๒๔๘๙ เป็นเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ขณะทรงดำรงพระสมณศักดิ์ที่ สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราช

        การเป็นเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระสังฆราชเจ้า นั้น นับเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ ในชีวิตมัชฌิมวัยของเจ้าพระคุณสมเด็จ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ได้ทรงเรียนรู้งานด้านต่าง ทั้งงาน คณะสงฆ์ งานวิชาการ และงานสั่งสอนเผยแผ่ รวมทั้งการปฏิบัติฝ่ายวิปัสสนาธุระหรือการ ปฏิบัติสมาธิกรรมฐานด้วย

        เจ้าพระคุณสมเด็จ ทรงยึดถือพระปฏิปทาของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า เป็นแบบอย่า ในการประพฤติ ปฏิบัติพระองค์มาโดยตลอด เช่น ทรงสำรวมเคร่งครัดในพระธรรมวินัย ทรงมักน้อยสันโดษ ทรงเอาพระทัยใส่ใน การศึกษาวิจัยธรรม และปฏิบัติสมาธิกรรมฐานอย่าง ต่อเนื่องเป็นกิจวัตร ทรงปฏิบัติพระองค์แบบพระกรรมฐานในเมือง ทรงเล่าว่า เป็นธรรมเนียม ที่ถือปฏิบัติกันมาในคณะธรรมยุตว่า ภิกษุสามเณรพึงปฏิบัติสมาธิกรรมฐาน เพื่อเป็นเครื่องรักษาใจ หรือเพื่อให้ใจมีงานที่ถูกต้องได้คิดได้ทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระผู้เป็นเถระ หรือเป็นผู้ปกครอง ของหมู่คณะ พึงถือเป็นกิจ ที่จะต้องปฏิบัติไม่ว่าจะอยู่ในป่าหรือในเมือง เพื่อเป็นแบบอย่าง แก่ภิกษุสามเณรที่อยู่ในปกครอง

        ในขณะเดียวกัน สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ก็ทรงพระเมตตาและยกย่องให้เกียรติ แก่เจ้าพระคุณสมเด็จ มาโดยตลอด เสมือนทรงเห็นแววของเจ้าพระคุณสมเด็จ ว่าจะทรง เจริญก้าวหน้าในทางพระศาสนาและจะทรงเป็นหลัก เป็นประธานของวัดและคณะสงฆ์ สืบไปภายหน้า ดังจะเห็นได้ว่า สมเด็จพระสังฆราชเจ้า    ทรงเลือกหรือทรงมอบหมาย ให้เจ้าพระคุณสมเด็จ   ปฏิบัติหน้าที่ในโอกาสสำคัญ อยู่เสมอ