พระมหารัชมงคลดิลก
 (บุญเรือน ปุณฺณโก ป.ธ.๕)
 

พระมหารัชมงคลดิลก เกิดในสกุล ปิ่นเกษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๖๖ ณ ตำบลบางกุ้ง อำเภอบางคณฑี จังหวัดสมุทรสงคราม  โยมบิดาชื่อเรือง โยมมารดาชื่อช้อย    

พ.ศ. ๒๔๘๐ บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดอมรเทพ ตำบลบางกุ้ง อำเภอบางคณฑี จังหวัดสมุทรสงคราม โดยมี พระอธิการจันทร์ กิตฺติสาโร  วัดบ้านยาง ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์

พ.ศ. ๒๔๘๗ จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดบางคณฑีนอก ตำบลกระดังงา อำเภอบางคณฑี จังหวัดสมุทรสงคราม โดยมีพระครูบัณฑรธรรมธาดา  วัดอมรเทพ ตำบลบางกุ้ง อำเภอบางคณฑี จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นพระอุปัชฌาย์

          การศึกษา ในเบื้องต้นสำเร็จชั้นประถมปีที่ ๔ จากโรงเรียนทับทิมจั่นบุญมี อำเภอบางคณฑี จังหวัดสมุทรสงคราม การศึกษาพระปริยัติธรรม สอบได้นักธรรมชั้นเอก ณ สำนักเรียนวัดอมรเทพ จังหวัดสมุทรสงคราม ต่อมาย้ายเข้ามาศึกษาพระปริยัติธรรมต่อ ณ สำนักวัดบวรนิเวศวิหาร สอบได้เปรียญธรรม ๕ ประโยค 

สมณศักดิ์                      

                พ.ศ. ๒๕๐๔     เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูพุทธมนต์ปรีชา

                พ.ศ. ๒๕๑๒ เป็นพระราชาคณะสามัญที่ พระปัญญาภิมณฑ์มุนี

                พ.ศ. ๒๕๒๘    เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชวราจารย์

                พ.ศ. ๒๕๓๒    เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพสารเวที

                พ.ศ. ๒๕๓๕    เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมสิริสารเวที

                พ.ศ. ๒๕๓๙     เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองที่ พระมหารัชมงคลดิลก

ตำแหน่งหน้าที่ทางการคณะสงฆ์

                เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม

                เป็นเจ้าคณะแขวงบวรนิเวศ

                เป็นพระอุปัชฌาย์

                เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช

                เป็นเลขานุการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต

                เป็นกรรมการวัดบวรนิเวศวิหาร และทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการวัด

                เป็นผู้อำนวยการมหามกุฏราชวิทยาลัย

                 เป็นพระอภิบาล (พระพี่เลี้ยง) ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ในคราวทรงผนวช เสด็จประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร พ.ศ. ๒๕๒๑

                พระมหารัชมงคลดิลก ถึงมรณภาพ เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๒ ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ขณะเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่จังหวัดตราด สิริอายุได้ ๗๖ ปี พรรษา ๕๕  สำนักอยู่ ณ กุฏิปาลิต คณะแดงรังษี