พระรัตนธัชมุนี

 (จู อิสฺสรญาโณ ป.ธ.๗)

พระรัตนธัชมุนี เกิดในรัชกาลที่ ๕ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๙ มกราคม ปีวอก พ.ศ. ๒๔๑๕ บ้านเดิมอยู่ที่ตำบลเกาะยอ จังหวัดสงขลา การศึกษาในเบื้องต้นได้เล่าเรียนอักษรสมัยในสำนักบิดา จนอายุ ๑๑ ปี แล้วไปเริ่มเรียนภาษาบาลี และเลขวิธีในสำนักพระคุ้ย วัดท้ายยอที่ใกล้บ้านเดิมบ้าง เรียนในสำนักพระปาน และอธิการรอด พี่ชายบ้าง

เมื่ออายุ ๑๕ ปี บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ปี ๑  สึกกลับออกมาอยู่บ้านเดิม ศึกษาวิชาแพทย์และพาณิชกรรมตามสกุล ประกอบกิจโดยฐานะเป็นคฤหัสถ์อยู่ ๖ ปี

พ.ศ. ๒๔๓๖ อุปสมบทที่วัดมัชฌิมาวาส จังหวัดสงขลา  พระภัทรธรรมธาดา (แจ้ง) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระวินัยธรรมธร (หนู) เป็นพระกรรมวาจาจารย์

พ.ศ. ๒๔๔๑ ได้เข้ามาถวายตัวเป็นศิษย์ในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยา
วชิรญาณวโรรส  จึงได้มาอยู่เล่าเรียนในมหามกุฏราชวิทยาลัย วัดบวรนิเวศวิหาร เรียนอยู่ ๓ ปี เข้าสอบวิชาได้ชั้นนักธรรมเอก เทียบเท่าเปรียญ ๓ ประโยค แต่นั้นสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ก็ทรงฝึกสอนเอง ได้เข้าแปลพระปริยัติธรรมในสนามหลวง ณ วัด
พระศรีรัตนศาสดาราม เป็นเปรียญ ๔ ประโยค เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๔ และเข้าสอบได้อีกปีละประโยค เป็นเปรียญ ๖ ประโยค เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๖ ต่อมาถึง พ.ศ. ๒๔๔๘ เข้าแปลพระปริยัติธรรมอีกครั้ง ๑ ได้เป็นเปรียญ ๗ ประโยค

พ.ศ. ๒๔๕๑ ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่พระอโนมคุณมุนี

พ.ศ.  ๒๔๕๒ ชาวสัปบุรุษชาวเมืองสงขลา มีสมุหเทศาภิบาล เป็นประธาน บอกเข้ามายังกรุงเทพฯ ว่ามีผู้ศรัทธาจะอุดหนุนการศึกษาพระธรรมวินัยให้เจริญรุ่งเรืองอยู่โดยมากขอพระราชทานพระสงฆ์ซึ่งทรงคุณธรรมออกไปเป็นอาจารย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้สมเด็จพระมหาสมณเจ้าทรงเลือกหาพระอาจารย์ที่จะส่งไปที่นั่น ทรงเลือกพระอโนมคุณมุนีถวาย จึงโปรดฯ ให้กลับออกไปอยู่วัดมัชฌิมาวาส จังหวัดสงขลา

ในยุคที่สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ทรงครองวัด  พระอโนมคุณมุนี ซึ่งต่อมาเป็นเจ้าคณะจังหวัดสงขลา อยู่ที่วัดมัชฌิมาวาส เลื่อนขึ้นเป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชเมธี เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๔ แล้วเลื่อนเป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพเมธี เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๘ ถึง พ.ศ.๒๔๗๒ พระเทพเมธี ได้กลับมาสู่วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อรักษาอาการอาพาธเรื้อรัง พ.ศ. ๒๔๙๑ เลื่อนเป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระรัตนธัชมุนี

 พระรัตนธัชมุนี  อาพาธเรื้อรังมานานปี ได้ถึงมรณภาพ เมื่อพ.ศ. ๒๕๐๕  สิริอายุได้ ๙๐ ปี  สำนักอยู่ ณ กุฏิลออ หลิมเซ่งพ่าย ข้างพระวิหารพระศาสดา วัดบวรนิเวศวิหาร