วิหารเก๋ง

ตั้งอยู่บนฐานไพทีเดียวกับวิหารพระศาสดา  พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างตรงคลองที่โปรดให้ถม มีพระราชประสงค์ให้เป็นที่สำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปฉลองพระองค์ของเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศ แต่การก่อสร้างยังคงค้างอยู่ไม่ทันได้ประดิษฐานในรัชกาลของพระองค์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์จนแล้วเสร็จและโปรดให้ประดับตกแต่งด้วยลวดลายอย่างจีน เขียนภาพจิตรกรรมเรื่องสามก๊กที่ผนังทั้ง ๔ ด้าน ตั้งแต่ตอนชีซีลาเล่าปี่ไปเมืองฮูโต๊จนถึง ตอนกวนอูปล่อยโจโฉหนีไป ที่เพดานเขียนลายมังกรดั้นเมฆ วิหารเก๋งมีลักษณะเป็นรูปทรงเก๋งจีน  ขนาด ๓ ห้อง  หลังคาชั้นลดซ้อน ๓ ชั้น  หน้าบันประดับตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบรูปคน  ดอกไม้  หงส์ ปลา  ส่วนใหญ่เป็นสัญลักษณ์มงคลตามคติพุทธศาสนามหายานของจีน  วิหารเก๋งมีมุขโถงยื่นออกมาจากตัวอาคาร  ๒ ข้าง ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ปัจจุบันมุขทางทิศตะวันตกปิดทึบ  มุขทั้งสองมีบันไดขึ้นทั้งสองข้างทางทิศเหนือและใต้  มุขทิศตะวันออกประดิษฐานพระพุทธปฏิมาทีฆายุมหมงคล   วิหารเก๋งมีประตูเข้าทางทิศใต้ บานประตูหน้าต่างภายนอกเป็นลายรดน้ำรูปสัตว์ในป่าหิมพานต์ภายในเป็นรูปทวารบาลแบบจีน  ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป ๓ องค์ คือ

๑. พระพุทธวชิรญาณ

 

เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างจักรพรรดิราช ปางห้ามสมุทร  ประดิษฐานตรงกลางหันพระพักตร์ไปทิศใต้  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงหล่อเป็นพระพุทธรูปฉลองพระองค์ในสมเด็จพระบรมชนกนาถ ผู้ครองวัดบวรนิเวศวิหารเป็นองค์ที่ ๑  อัญเชิญมาประดิษฐานเมื่อพุทธศักราช ๒๔๒๘ พระพุทธรูปฉลองพระองค์นี้ได้นามตามพระบรมนามฉายา ขณะทรงผนวชว่า “วชิรญาโณ”  

 

 

 

๒. พระพุทธปัญญาอัคคะ

 

เป็นพระพุทธรูปฉลองพระองค์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า  กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ผู้ครองวัดบวรนิเวศวิหารเป็นองค์ที่ ๒ ประดิษฐานทางด้านสกัดทิศตะวันออก  หล่อและประดิษฐานพร้อมกับพระพุทธวชิรญาณ ในพุทธศักราช ๒๔๒๘  เป็นพระพุทธรูปยืนปางห้ามสมุทร ครองจีวรคลุม ๒ พระอังสา ประดับด้วยฉัตรทองฉลุลาย ๕ ชั้น  เบื้องล่างบรรจุพระอังคารสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ  พระพุทธรูปฉลองพระองค์นี้ได้นามตามสร้อยพระนามของพระองค์ว่า “ปัญญาอัครอนาคาริยรัตโนดม”  

 

 

 

 

 

 

 

๓. พระพุทธมนุสสนาค

เป็นพระพุทธรูปยืนครองจีวรคลุมทั้ง ๒ พระอังสา ประดิษฐานด้านสกัดทางทิศตะวันตกเป็นพระพุทธรูปฉลองพระองค์และบรรจุพระอังคารของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ผู้ครองวัดบวรนิเวศวิหารเป็นองค์ที่ ๓  พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างนำมาประดิษฐานในพุทธศักราช ๒๔๗๓  พระพุทธรูปฉลองพระองค์นี้ได้นามตามพระนามฉายาของพระองค์ว่า “มนุสฺสนาโค”  

 

 

 

 

 

 

 

 

พระพุทธปฏิมาทีฆายุมหมงคล

ประดิษฐานที่มุขด้านทิศตะวันออกของวิหารเก๋ง พระพุทธปฏิมาทีฆายุมหมงคล นี้ประชาชนส่วนใหญ่เรียกว่า “หลวงพ่อดำ”  เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในวโรกาสที่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงเจริญพระชนมายุ ๘๐ พรรษา และเป็นที่บรรจุพระอังคาร สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ซึ่งนับเป็นพระพุทธรูปฉลองพระองค์อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารเป็นองค์ที่ ๔