สำนักงานวัดบวรนิเวศวิหาร
พระตำหนักล่าง บางลำพู พระนคร กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๐๐
โทรศัทพ์ : ๐๒-๒๘๑-๕๐๕๒ โทรสาร: ๐๒-๒๘๐-๕๐๕๒
webmaster : pm_petch@hotmail.com
แรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๑ วันแห่งธรรมเนียมกฐิน คือวันที่พระภิกษุผู้จำพรรษา ผู้ได้รับอานิสงส์แห่งการจำพรรษา มีการประกอบพิธีกรานกฐิน ในส่วนของวัดบวรนิเวศวิหารนั้นถือเป็นวัดแรกที่ได้รับพระราชทานกฐินหลวงจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวธรรมเนียมกฐินที่ทางวัดได้ยึดถือปฏิบัติกันมาจนกระทั่งปัจจุบัน เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงครองวัด โดยเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบมาว่าวัดในฝ่ายธรรมยุตกนิกายผ้าพระกฐินของวัดนั้นจะต้องประกอบด้วยผ้าไตรจีวร และผ้าขาว เพื่อนำผ้าขาวนี้ไปเย็บย้อมให้เสร็จภายใน ๑ วัน ทำการถวายพระรูปใดรูปหนึ่งในวัดและจึงทำพิธีการกรานกฐิน
แรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๑๑ หลังจากการรับพระราชทานกฐินเสร็จสิ้นก็ถึงฤดูกาลลาสิกขาเพื่อสละเพศบรรพชิตเข้าสู่เพศแห่งการเป็นคฤหัสถ์ โดยธรรมเนียมแห่งการลาสิกขานี้เกิดขึ้นแต่ครั้งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงครองวัด โดยได้กำหนดวันแห่งการลาสิกขาบทของภิกษุสามเณรภายในวัดให้ทูลลาได้ปีละ ๔ ครั้ง เป็นวันแรม ๑๓ ค่ำ เดือนคี่ คือวันแรม ๑๓ ค่ำเดือน ๑๑ เดือนอ้าย เดือน๓ และเดือน ๕ เพียงเท่านี้ เพื่อป้องกันการขอทูลลาสิกขาบทพร่ำเพรื่อ และธรรมเนียมนี้ได้สืบทอดกันมาจนปัจจุบัน โดยวันนี้จะมีการตีกลองเพื่อเป็นสัญญาณแห่งการลาสิกขาของพระภิกษุสามเณรอันเป็นที่มาแห่ง กลองวิปโยคสิกขา สืบเนื่องจากธรรมเนียมลาสิกขานี้ โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ตรัสเล่าว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงบัญญัติเบญจศีลอย่างต่ำเพื่อประทานแก่พระภิกษุ สามเณรผู้ทูลลาสิกขาไว้ดังนี้