ภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร แบ่งเป็นสองตอน คือ จิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถตอนบน เป็นภาพฝรั่งแสดงปริศนาธรรม ฝีมือขรัวอินโข่ง จิตรกรไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เขียนขึ้นเพื่อแสดงปริศนาเนื่องด้วยคุณของพระรัตนตรัย มีทั้งหมด ๑๖ ตอน

จิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถตอนบน

      

      ปริศนาธรรมช่องที่ ๑ เป็นรูปหมอยากำลังเยียวยาหมู่ชนผู้มีพยาธิ ให้หายจากพยาธิด้วยยา ที่ได้ประกอบไว้โดยชอบแล้ว ณ ภายในตึกโรงพยาบาล เบื้องหน้าตึกมีหมู่ชนผู้มีพยาธิเดินเข้าไปสู่ตึกเองบ้าง มีผู้อื่นช่วยนำเข้าไปบ้าง
      ที่นี้มีความหมายว่า พระพุทธเจ้าเปรียบดังหมอยาผู้ฉลาด เพราะพระองค์เป็นผู้สามารถ ในการที่จะกำจัดพยาธิ คือกิเลสกับทั้งอนุสัยเสียได้ พระธรรมเปรียบดังยาที่หมอได้ประกอบไว้โดยชอบแล้ว พระสงฆ์ผู้มีอนุสัยแห่งพยาธิคือกิเลสสงบด้วยดีแล้ว เปรียบดังหมู่ชนมีพยาธิสงบด้วยดี เพราะปะโยคยาแล้ว





      ปริศนาธรรมช่องที่ ๒
เป็นรูปมหาเมฆหลั่งน้ำฝนลงมาระงับสงบละอองในชนบท ที่ประกอบด้วยหมู่ชน ผู้ที่ได้รับน้ำฝนพากันเป็นสุข
      ที่นี้มีความหมายว่า พระพุทธเจ้าเปรียบดังมหาเมฆ พระธรรมเปรียบดังน้ำฝน พระสงฆ์ผู้มีละอองคือกิเลสอันพระธรรมนั้นให้ระงับสงบแล้ว เปรียบดังชนบทที่มีละอองอันความตกลงแห่งฝนให้สงบแล้ว
       
     
      


      ปริศนาธรรมช่องที่ ๓
เป็นรูปสนามม้า มีนายสารถีขี่ควบม้าที่ฝึกดีแล้ว มีมหาชนยืนดู
      ที่มี้มีความว่า พระพุทธเจ้าเปรียบดังนายสารถีอันดี พระธรรมเปรียบดังอุบายเครื่องฝึกม้าอาชาไนย พระสงฆ์ที่พระพุทธเจ้าได้ฝึกดีด้วยพระธรรมนั้นแล้ว เปรียบดังหมู่ม้าอาชาไนยที่นายสารถีขี่นั้นได้ฝึกดีแล้ว
 

 

      ปริศนาธรรมช่องที่ ๔ เป็นรูปหมอผ่าลูกศรถอนลูกศรขึ้นจากประชุมชนผู้ถูกลูกศรแทงที่หน้าตึก
      ที่นี้มีความว่า พระพุทธเจ้าเปรียบดังหมอผ่าลูกศร เพราะเหตุถอนลูกศรคือทิฏฐิทั้งปวงเสีย พระธรรมเปรียบดังอุบายสำหรับถอนลูกศรข้น พระสงฆ์ผู้มีลูกศรคือทิฏฐิอันถอนขึ้นด้วยดีแล้ว เปรียบดังประชุมชนมีลูกศรที่หมอได้ถอนขึ้นเสียด้วยดีแล้ว


      

 

      ปริศนาธรรมช่องที่ ๕ เป็นรูปท่านผู้ให้อุ่นใจ กำลังให้เครื่องอุ่นใจแก่ประชุมชน ที่เนินดินเป็นลานกว้าง ถัดเข้าไปมีหมู่ไม้ มีตึกทำนองหอคอยหรือหอพัก
      ที่นี้มีความว่า พระพุทธเจ้าเปรียบดังท่านผู้ให้อุ่นใจ พระธรรมเปรียบดังเครื่องอุ่นใจ พระสงฆ์ผู้อุ่นใจโดยชอบแล้ว เปรียบดังประชุมชนผู้อุ่นใจ

      


      ปริศนาธรรมช่องที่ ๖ เป็นรูปหมอเชือดฝ้าในจักษุ กำลังเพิกถอนฝ้าในจักษุของประชุมชนผู้มีฝ้าในจักษุที่หน้าตึก
      ที่นี้มีความว่า พระพุทธเจ้าเปรียบดังหมอเชือดฝ้าในจักษุ เพราะเหตุเพิกถอนฝ้าคือโมหะขึ้นเสีย พระธรรมเปรียบดังอุบายสำหรับเพิกถอนฝ้าขึ้น พระสงฆ์ผู้มีฝ้าคือโมหะอันเพิกถอนขึ้นแล้ว มีดวงตาคือญาณผ่องใสวิเศษ เปรียบดังประชุมชนที่มีฝ้าอันหมอได้เพิกถอนขึ้นเสียแล้ว มีดวงตาผ่องใสวิเศษ
      ปริศนาธรรมช่องที่ ๗ รูปในช่องนี้แบ่งเป็น ๓ ตอน ตอนบนเป็นรูปพระจันทร์เพ็ญส่องช่อรัศมีถอนความร้อนที่ให้กระวนกระวายของสัตว์โลก ตอนต่ำลงมาเป็นรูปต้นจันทน์ มีประชุมชนกำลังเข้าไปบริโภคแก่นจันทน์สงบกระวนกระวาย ตอนต่ำลงมาอีก เป็นรูปมิตรดีกำลังเข้าไปตั้งประโยชน์ให้แก่ประชุมชน มีประชุมชนพร้อมทั้งม้าต่างสิ่งของ ผู้ได้บรรลุประโยชน์เรียงรายอยู่
      ที่นี้มีความว่า พระพุทธเจ้าเปรียบดังพระจันทร์เพ็ญ พระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงนั้น เปรียบดังช่อรัศมีพระจันทร์ พระสงฆ์ผู้มีกิเลสเครื่องร้อยรัดอันพระธรรมนั้นถอนขึ้นด้วยดีแล้ว เปรียบดังสัตวโลกที่กระวนกระวายอันรัศมีพระจันทร์ถอนขึ้นด้วยดีแล้ว
      อนึ่ง พระพุทธเจ้าเปรียบดังต้นจันทน์ พระธรรมเปรียบดังแก่นจันทน์อันเกิด ณ ต้นจันทน์นั้น พระสงฆ์ผู้มีกระวนกระวายอันสงบล่วงส่วนแล้ว ด้วยบริโภคพระสัทธรรม เปรียบดังประชุมชนมีกระวนกระวายเข้าวิเศษแล้วด้วยเข้าไปบริโภคแก่นจันทน์
      อนึ่ง พระพุทธเจ้าเปรียบดังมิตรดี พระธรรมเปรียบดังความเข้าไปตั้งประโยชน์ไว้ พระสงฆ์ผู้บรรลุประโยชน์ตนแล้ว ด้วยประกอบธรรมนั้น เปรียบดังประชุมชนอันได้บรรลุประโยชน์ตนแล้ว ด้วยประกอบตามประโยชน์  

      
      

      ปริศนาธรรมช่องที่ ๘ รูปในช่องนี้แบ่งเป็น ๒ ตอน ตอนบนเป็นรูปภูเขาหิมพานต์เป็นที่เกิดโอสถ มีประชุมชนได้บริโภคโอสถนั้นหายป่วยไข้ ตอนล่างเป็นรูปบิดากำลังให้ทรัพย์มรดกแก่บุตรธิดา เบื้องหน้าอาคารหรือวัง
      ที่นี้มีความว่า พระพุทธเจ้าเปรียบดังภูเขาหิมพานต์ พระธรรมเปรียบดังโอสถยาที่เกิด ณ หิมพานต์นั้น พระสงฆ์ผู้หายป่วยไข้คือกิเลสแล้ว เปรียบดังประชุมชนหายป่วยไข้เพราะได้บริโภคยานั้น อนึ่ง พระพุทธเจ้าเปรียบดังบิดา เหตุประทานด้วยดีซึ่งทายัชชมรดก คือ พระธรรม พระธรรมเปรียบดังทรัพย์มรดก พระสงฆ์ผู้ควรทรัพย์มรดกคือพระสัทธรรม เปรียบดังหมู่บุตรอันควรซึ่งทรัพย์มรดก

 


 

      

      ปริศนาธรรมช่องที่ ๙ เป็นรูปพระทวารพระราชวัง เบื้องหน้าทางด้านขวาพระทวารเป็นรูปบุคคลผู้ให้สนาน กำลังให้พระราชกุมารสนานด้วยเครื่องสนานอันดี ทางด้านซ้ายพระทวารเป็นรูปผู้รับประดับ กำลังประดับพระราชกุมารด้วยเครื่องประดับ
      ที่นี้มีความว่า พระพุทธเจ้าเปรียบดังผู้ให้พระราชกุมารสนาน พระธรรมเปรียบดังเครื่องสนานอันดี พระสงฆ์ผู้อาบแล้วด้วยดีด้วยน้ำคือพระสัทธรรม เปรียบดังหมู่ราชกุมารอันสนานแล้วด้วยดี อนึ่งพระพุทธเจ้าเปรียบดังผู้ประดับพระราชกุมาร พระธรรมเปรียบดังเครื่องประดับ พระสงฆ์ผู้ซึ่งพระสัทธรรมประดับแล้วเปรียบดังหมู่พระราชกุมาร ซึ่งผู้ประดับได้ประดับแล้ว

      ปริศนาธรรมช่องที่ ๑๐ รูปในช่องนี้แบ่งออกเป็น ๓ ตอน ตอนบนเป็นพระอาทิตย์อ่อนแรกขึ้น ส่องรัศมีกำจัดมืดในโลก ตอนต่ำลงมาเป็นรูปบุรุษผู้เผาป่า กำลังเผาป่าด้วยเพลิง ทำพื้นแผ่นดินให้เป็นนา ตอนถัดมาเป็นรูปผู้ให้อภัย (ความไม่มีภัย) กำลังยืนให้อภัยแก่ประชุมชน ผู้พากันเดินออกมาจากภายในตึกเพื่อพ้นภัยด้วยดี
      ที่นี้มีความว่า พระพุทธเจ้าเปรียบดังพระอาทิตย์อ่อนแรกขึ้น พระธรรมเปรียบดังรัศมีพระอาทิตย์ พระสงฆ์มีมืดคือความหลง อันพระธรรมนั้นกำจัดเสียแล้ว เปรียบดังโลกมีมืดอันรัศมีพระอาทิตย์นั้นกำจัดเสียแล้ว
อนึ่ง พระพุทธเจ้าเปรียบดังบุรุษผู้เผาป่า พระธรรมเครื่องเผาป่าคือกิเลสเสีย เปรียบดังเพลิงอันไหม้ป่า พระสงฆ์เป็นนาบุญเพราะมีกิเลสอันเผาเสียแล้ว เปรียบดังพื้นแผ่นดินเป็นที่นา เพราะมีป่าอันบุรุษนั้นเผาเสียแล้ว อนึ่ง พระพุทธเจ้าเปรียบดังบุรุษผู้ให้อภัย พระธรรมเปรียบดังอภัย พระสงฆ์ผู้ได้ถึงอภัยล่วงส่วนแล้ว เปรียบดังประชุมชนอันพ้นภัยด้วยดีแล้ว

 
 
      

      
      ปริศนาธรรม ช่องที่ ๑๑
เป็นรูปบุรุษผู้ชี้ทางดี กำลังชี้มรรคาไปสู่ภูมิที่เกษมแก่หมู่ชน มีหมู่ชนเดินไปตามทางที่ชี้นั้นเป็นแถว
      ที่นี้มีความว่า พระพุทธเจ้าเปรียบดังบุรุษผู้ชี้ทางดี พระธรรมเปรียบดังมรรคาและภูมิที่เกษม พระสงฆ์ผู้ได้ไปยังมรรคานั้นแลได้ถึงภูมิที่เกษมแล้ว เปรียบดังหมู่ชนผู้ได้ไปยังมรรคานั้นแล้วและได้ถึงภูมิที่เกษมแล้ว






      
ปริศนาธรรมช่องที่ ๑๒ เป็นรูปคนผู้ให้ทรัพย์แก่ประชุมชนอยู่ที่หน้ารั้ว
      ที่นี้มีความว่า พระพุทธเจ้าเปรียบดังคนให้ทรัพย์ พระธรรมเปรียบดังทรัพย์ พระสงฆ์ผู้ได้อริยทรัพย์โดยชอบแล้ว เปรียบดังประชุมชนอันได้ทรัพย์แล้วตามประสงค์
 


      
ปริศนาธรรมช่องที่ ๑๓ เป็นรูปสำเภาใหญ่มีนายสำเภาคุมไป แล่นอยู่กลางทะเลด้วยใบ ประชุมชนพร้อมด้วยสมบัติและผู้โดยสารได้ถึงฝั่งด้วยสำเภานั้น
      ที่นี้มีความว่า พระพุทธเจ้าเปรียบดังนายสำเภา พระธรรมเปรียบดังสำเภา พระสงฆ์พร้อมด้วยคุณสมบัติถึงฝั่งนั้นด้วยพระธรรมนั้นแล้ว เปรียบดังประชุมชนพร้อมสมบัติได้ถึงฝั่งนั้น ด้วยสำเภานั้นแล้ว
 




      ปริศนาธรรมช่องที่ ๑๔
เป็นรูปท่านผู้ชี้ที่แร่ทองให้แก่ประชุมชน มีประชุมชนกำลังขุดแร่ทอง
      ที่นี้มีความว่า พระพุทธเจ้าเปรียบดังท่านผู้ชี้ที่แร่ทอง พระธรรมเปรียบดังที่แร่ทอง พระสงฆ์ผู้บรรลุโลกุตตรทรัพย์แล้ว เปรียบดังประชุมชนอันบรรลุแร่ทองแล้ว

 

 

      ปริศนาธรรมช่องที่ ๑๕ เป็นรูปดอกบัวใหญ่ บานเต็มอยู่ที่กลางสระ มีหมู่ผึ้งกำลังเข้าบริโภครสหวานที่เกิดขึ้น ณ ดอกบัวนั้น และมีหมู่ชนยืนชมอยู่ที่ริมสระ
      ที่นี้มีความว่า พระพุทธเจ้าเปรียบดังดอกบัวอันบานแล้ว พระธรรมเปรียบดังรสหวานเกิดขึ้น ณ ดอกบัวนั้น พระสงฆ์ผู้เข้าไปบริโภคพระธรรมเปรียบดังหมู่ผึ้งอันเข้าไปบริโภครสหวานนั้น

 

 

 

      ปริศนาธรรมช่องที่ ๑๖ เป็นรูปบ่อรัตน์ที่เป็นแก่นสาร มีประชุมชนเข้าไปบริโภค
      ที่นี้มีความว่า พระพุทธเจ้าเปรียบดังบ่อรัตน์ พระธรรมเปรียบดังรัตน์เป็นแก่นสาร พระสงฆ์ผู้เข้าไปบริโภครัตนสาร เปรียบดังประชุมชนผู้เข้าไปบริโภครัตน์ที่เป็นแก่นสาร